ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักร้อง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักร้อง แสดงบทความทั้งหมด

27 ส.ค. 2565

ย้อนรอยอดีต Johnny Horton นักร้องดังอมตะนิรันดร์กาล แนว Songs of the Century แต่เสียดายที่เขาต้องมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่อายุยังไม่เท่าไหร่..

ย้อนรอยอดีต Johnny Horton นักร้องดังอมตะนิรันดร์กาล แนว Songs of the Century แต่เสียดายที่เขาต้องมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่อายุยังไม่เท่าไหร่..

😁นี่ก็มืดค่ำหมดไปอีกวันแล้วนะครับบังเอิญวันนี้ช่วงสายๆผมฟังรายการวิทยุรายการหนึ่งเกี่ยวกับเพลงสากลจากต่างประเทศนี่ล่ะครับ...บังเอิญไปฟังเพลงของ Johnny Horton นักร้องดังอีกคนหนึ่งที่ร้องเพลงแนว Songs of the Century เลยนึกขึ้นได้ว่าอ๋อ...คนนี้นี่เองที่ร้องเพลงนี้ก็เลยสนใจ เลยถือโอกาส มานั่ง ค้นหาบทความแล้วก็เอามารวบรวมและเรียบเรียงใหม่ เพื่อที่จะเอามานำเสนอให้เพื่อนๆได้อ่านกันหวังว่าคงจะมีสาระบ้างพอสมควรนะครับ..

😭เสียดายนะครับที่Johnny Horton เสียชีวิตตั้งแต่อายุไม่เท่าไรจากอุบัติเหตุรถยนต์ 5 พฤศจิกายม 1960 (อายุ 35)

👉🏾แต่เขาก็ได้ฝากผลงานเพลงสุดคลาสสิคคันทรี่และโฟลค์ ไว้หลายๆเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกได้อารมณ์เพลงและจินตนาการหลากหลาย และมันได้เป็นการจารึกว่าครั้งหนึ่งเคยมีนักร้องเสียงคุณภาพที่ฝากผลงานเพลงต่างๆไว้ให้คนรุ่นหลังได้ยินและสัมผัสเสียงเพลงฟังเพลงแล้วมันทำให้เราคลายเครียดและมีจินตนาการกว้างไกลถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพลงต่างประเทศไม่ว่าเพลงประเทศไหนๆบทเพลงและดนตรี ต่างๆมันคือภาษาสากลที่ใครๆก็สัมผัสมันได้ทุกๆคน
😁เรามาเข้าเรื่องประวัติของ
Johnny Horton ผลงานเพลงต่างๆ

ชื่อเต็ม John Gale Horton หรือรู้จักกันในนามของ The Singing Fisherman

วันเกิด 30 เมษายน 1925
เกิดที่ ลอสแองเจอลิส รัฐแคลิพฟอเนีย สหรัฐอเมริกา

เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ 5 พฤศจิกายม 1960 (อายุ 35)

นักร้องเพลงคันทรี่ ,โฟลค์ ช่วงปี 1950–1960

😁John Gale "Johnny" Horton รู้จักกันดีในนาม จอนนี่ ฮอร์ตัน เป็นนักร้องเพลงคันทรี่โด่งดังของอเมริกาด้วยสไตล์ร็อค semi-folk ของเขาซึ่งเรียกกันว่า "saga songs" ซึ่งเป็นจุดเริ่มของ "historical ballad" คลั่งไคล้ตามไปกับเขากันในปลายยุค 1950 จนถึงต้นสมัย 1960

😄เพลงฮิตเพลงแรกอันดับหนึ่งในช่วงปี 1959 ของเขา คือเพลง "When It's Springtime in Alaska" และเขาโด่งดังจากเพลงหลายเพลงด้วยกัน ที่น่าสังเกตุคือเพลง "The Battle of New Orleans" (แต่งโดย Jimmy Driftwood) ในปี ค.ศ. 1959 ซึ่งได้รับรางวัลแกรมมี่สำหรับ Best Country & Western Recording ในปี 1960 และด้วยเพลงเดียวกันนี้ยังได้รับรางวัล Grammy Hall of Fame Award, รวมถึงปี 2001 ได้รับเกียรติอันดับที่ 333 ของ the Recording Industry Association of America's ให้เป็นเพลงแห่งศตวรรษ "Songs of the Century".

😱ช่วงระหว่างปี 1960, Horton มีเพลงที่โด่งดังมากอีกสองเพลงคือ "North to Alaska" ในภาพยนตร์ของ John Wayne และเพลง "Sink the Bismarck" โดยที่เขาได้รับเกียรติให้เป็นส่วนหนึ่งของ the Rockabilly Hall of Fame และ the Louisiana Music Hall of Fame นอกจากนี้ที่เราได้ยินคุ้นหูก็คงจะมี Johnny Reb, Honky Tonk Man เป็นต้น

🤭Horton เกิดใน Los Angeles บิดาคือ John Loly Horton (1889–1959) กับอดีตภรรยา Ella Claudia Robinson (1892–1966) เป็นน้องสุดท้องของลูกทั้งหมดจำนวนห้าซึ่งครอบครัวมักจะท่องเที่ยวทำงานเก็บผลไม้ตามไร่ต่าง ๆในคาลิพฟอร์เนีย

🙄ชีวิตวัยเรียนไม่ราบรื่นนัก หลังเรียนจบไฮล์สคูลจาก Gallatin, Texasเมื่อปี 1944, Horton ได้ทุนการศึกษาจากทีมบาสเก็ตบอลจาก Lon Morris Junior College ใน Jacksonville ซึ่งเป็นวิทยาลัยของนิกายโปรแตสแตนท์ Methodist และต่อมาก็เป็น Seattle University และใช้เวลาช่วงสั้น ๆใน Baylor university ใน Wago แต่ก็ไม่ได้จบการศึกษาจากที่ต่าง ๆดังกล่าวมาแล้วเลยสักแห่ง

😂ซึ่งที่สุดก็กลับไปยัง California และได้งานทำในห้องไปรษณีย์ของ Hollywood's Selznick Studio ซึ่งที่นี่เองทำให้เขาได้พบกับภรรยาในอนาคตของเขา Donna Cook ซึ่งทำงานเป็นเลขานุการในที่นั้น

Horton และพี่ชาย Frank, เข้าศึกษาระยะสั้น ๆเกี่ยวกับธรณีวิทยาที่Seattle,กรุง Washington ในปี 1948 ก่อนที่จะไป Florida และกลับมาที่ California ก่อนจะไปยัง Alaska เพื่อขุดหาทองคำ ซึ่งระยะนี้เองที่เขาเริ่มเขียนเพลงขึ้น

เขาร่วมกับ Frank (พี่ชาย) ใน Seattle,ท่องไปทางใต้ของ Los Angeles, กระทั่งหลังจากที่ Frank ได้แต่งงานแล้วไปอยู่ในรัฐ เขาจึงสมัครเข้าร่วมแข่งขันในรายการ talent contest ที่ Reo Palm Isle club ใน Longview, Texas, ซึ่งอุปถัมภ์โดยสถานีวิทยุ KGRI ใน Henderson and hosted by station จนได้รับรางวัลชนะเลิศซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นมาก่อนที่จะต้องล้มลุกคลุกคลานฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆมากมายกว่าที่จะได้เป็นดาวเด่นเพลงคันทรี่ท้ายที่สุด

🥰Horton ผ่านการสมรสสองครั้ง ครั้งแรกกับ Donna Cook ใช้ชีวิตกันในเมือง Shreveportที่ซึ่งเริ่มร้องเพลงแรกของเขาคือ "First Train Headin' South" b/w "(I Wished for an Angel) The Devil Sent Me You" (Mercury 6412),ให้กับ Mercury Records และก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Horton ต้องเดินทางไปแสดงที่โน่นที่นี่ย้ายถิ่นฐานอยู่หลายคราจนที่สุดก็ต้องหย่าร้างกับภรรยาในเวลาต่อมา

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขามีโอกาสพบกับ Billie Jean และ Hank Williams ราชาเพลงคันทรี่ ซึ่งเพิ่งจะแต่งานกัน และทั้งหมดได้พูดคุยสนทนากันด้านหลังเวทีการแสดง จนHank ถึงกับออกปากทำนายว่าวันหนึ่ง Billie Jean อาจจะแต่งงานกับ Horton ก็เป็นได้

😭Hank Williams ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในเบาะนั่งหลังของรถ Cadillac ในวันขึ้นปีใหม่ปี 1953. ขณะกำลังไปแสดงที่ Canton, และที่สุด Horton ก็ได้แต่งงานกับภรรยาหม้ายของ Hank Williams จริง ๆ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี1953 มีบุตรสาวสองคนคือ Nina และ Melody

สุดท้ายเป็นเหตุบังเอิญเหลือเกินที่เจ็ดปีต่อมา Hortonก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เช่นกัน หลังจากที่จบการแสดงครั้งสุดท้ายที่เดียวกับ Hank คือที่ Skyline Club ในเมือง Austin ซึ่งเป็นสถานที่แสดงครั้งสุดท้ายก่อนที่ Hank จะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเช่นเดียวกัน

👉🏿ปัจจุบันชื่อของ Horton ได้ถูกนำมาบันทึกเป็นเกียรติประวัติไว้ใน The Louisiana Music Hall of Fame Delta Music Museum Hall of Fame ใน Ferriday,Louisiana

Albums
Year Single Chart Positions RIAA Label
US Country US
1959 The Spectacular Johnny Horton Columbia
1960 Johnny Horton Makes History
1961 Greatest Hits 8 Platinum
1962 Honky Tonk Man 104
1965 I Can't Forget You
1967 Johnny Horton On Stage 37
1968 The Unforgettable Johnny Horton
1970 On the Road
The Legendary Johnny Horton
1971 The Battle of New Orleans
The World of Johnny Horton

เสียดายจังนักร้องดังๆเสียงดีๆทำไมต้องมาเสียชีวิตกันไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้

😍ก่อนจะจบบทความผมก็มีคลิปเพลงของ Johnny Horton มาฝากทุกๆคนเลยนะครับฟังก่อนนอนคืนนี้จะได้หลับฝันดีกันทุกๆคนครับ

17 ส.ค. 2565

หลุยส์ อาร์มสตรอง นักร้องเพลงแนว Jazz, Dixieland, Swing, Traditional pop ผู้ยิ่งใหญ่



หลุยส์ อาร์มสตรอง (อังกฤษ: Louis Armstrong) (4 สิงหาคม ค.ศ. 1901 - 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1971) มีชื่อเล่นว่า "แซทช์โม" (อังกฤษ: Satchmo)[1] หรือ ป็อปส์ (Pops) นักทรัมเป็ตและนักร้องเพลงแจ๊สชาวอเมริกัน

ประวัติ เสียงเพลงแห่งความสุขปลื้มปีติยินดี ตลอดจนอารมณ์ขันที่บ่งบอกถึงความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์จากการสร้างสรรค์ของนักร้อง-นักทรัมเป็ตชื่อก้องนาม หลุยส์ อาร์มสตรอง นับเป็นภาพลักษณ์ที่ผู้คนรู้จักคุ้นเคยกันในวงกว้าง 

 แต่ลึกลงไปถึงปูมหลังชีวิตวัยเยาว์ของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนนี้กลับเป็นภาพตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง หลุยส์ อาร์มสตรอง เกิดที่เมืองนิวออร์ลีน รัฐหลุยเซียนา ในย่านสลัมคนผิวดำ พ่อเป็นกรรมกร แม่เป็นแม่บ้านที่มีอาชีพเสริมเป็นโสเภณี โดยพ่อทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่ยังเป็นทารก แม่ย้ายไปอยู่ย่านโสเภณี ได้ทิ้งเขาไว้ให้ย่าดูแล เติบโตมาด้วยการประทังชีวิตให้อยู่รอด 


หาเงินโดยการเป็นนักร้องวงประสานเสียงของเด็ก ๆ ได้ร้องเพลงตามที่สาธารณะ พออายุได้ 13 ปี ถูกจับตัวที่บ้านคุ้มครองเด็กเนื่องจากนึกคะนองยิงปืนขึ้นฟ้า ที่นี้เองทำให้เขาได้เรียนเป่าคอร์เน็ต (Cornet) ในวงดนตรีของบ้านคุ้มครองเด็ก พออออกจากบ้านคุ้มครองเด็ก จึงตัดสินใจเอาดีทางด้านดนตรี โดยเวียนวงอยู่ในย่านเริงรมย์ในนิวออร์ลีน

จนพบกับคิง โอลิเวอร์(Joe "King" Oliver) นักคอร์เน็ตและหัวหน้าวงแจ๊สชื่อดังโอลิเวอร์สนับสนุนเขาเป็นอย่างดีจนเมื่อโอลิเวอร์ย้ายไปชิคาโก จึงให้อาร์มสตรองเล่นทรอมโบนแทนในวงของเขา ในการดูและของ คิด โอรี จนเมื่อในปี 2462 สถานเริงรมย์ในเมืองนิวออร์ลีนถูกทางการสั่งปิดอาร์มสตรองจึงหันมาเล่นดนตรีในเรือล่องแม่น้ำมิสซิสซิปปีจากนั้นโอลิเวอร์ชวนเขาไปร่วมวง"Creole..Jazz..Band" ของเขาที่เมืองชิคาโก ในช่วงปี 2465 เขาเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น และเขาได้อัดแผ่นเสียงครั้งแรกที่ชิคาโก จากนั้นปี 2467 ย้ายไปนิวยอร์กร่วมกับวง "เฟล็ทเชอร์ เฮนเดอร์สัน ออร์เคสตรา" (Fletcher Henderson Orchestra) วงชั้นนำในยุคนั้น 

โดยเขาเปลี่ยนจากเล่นคอร์เน็ตเป็นทรัมเป็ต ปีต่อมาเขาได้กลับมายังชิคาโกกับวงของตัวเองที่ชื่อ "ฮ็อต ไฟว์” (Hot Five) โดยออกแผ่นเสียงกว่า 60 ซีรีส์ อย่างเช่น "Potato Head Blues", "Muggles” และ "West End Blues" จนเมื่อเขาอายุสามสิบปลาย ๆ เริ่มมีปัญหาเรื่องนิ้วมือและริมฝีปาก
ทำให้เขาหยุดเป่าทรัมเป็ตในปี 2502 อาร์มสตรองหันมาพัฒนาความสามารถในการร้องเพลง จนเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง เขาได้ออกทัวร์เล่นดนตรีในยุโรป จนมีชื่อเสียงระดับโลกในยุคทศวรรษ 1950

       เขามีเทคนิคการเปล่งเสียงเลียนเสียงเครื่องดนตรีที่เรียกว่า "สแก็ท" (Scat Vocal) เขายังได้แสดงภาพยนตร์ขนาดยาว มีผลงานยอดนิยมกว่า 50 เรื่อง จนได้ฉายาว่า "Ambassador Satch" ซึ่งก็โด่งดังกว่าเป็นนักร้องเสียอีก 


อาร์มสตรองเสียชีวิต ที่กรุงนิวยอร์กเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2514 รวมอายุ 69 ปี ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ภายหลังการเสียชีวิต มีการสร้างสนามบินโดยใช้ชื่อเขาว่า "Louis Armstrong New Orleans International Airport" และมีการสร้างอนุสาวรีย์สวนสาธารณะเพื่อรำลึกถึงเขาหลายแห่งในเมืองนิวออร์ลีนบ้านเกิดอาร์มสตรอง ความสำเร็จของ หลุยส์ อาร์มสตรอง ไม่ได้อยู่ในฐานะนักดนตรีแจ๊สที่พัฒนาการเล่นอิมโพรไวเซชั่นมาจากพื้นฐานของดนตรีนิวออร์ลีนส์เท่านั้น หากด้วยเสียงร้องที่เปี่ยมความรู้สึกและบุคลิกภาพอันอบอุ่นบนเวทีแซทช์โม ได้ก้าวขึ้นมาเป็น เอนเตอร์เทนเนอร์ คนสำคัญของสหรัฐในช่วงปลายทศวรรษ 1930s และของโลกในช่วงกลางทศวรรษ 1950s เขาเป็นคนดำคนแรกที่ได้แสดงในหนังขนาดยาว มีผลงานภาพยนตร์ยอดนิยมกว่า 50 เรื่อง จนได้ชื่อว่า Ambassador Satch ทั้งนี้วิเคราะห์กันว่าปัจจัยหนึ่งของ

ความสำเร็จด้านความนิยมนั้นมาจากการสนับสนุนจากผู้จัดการส่วนตัวที่ชื่อ โจ กลาเซอร์ ซึ่งดูแลภาพลักษณ์ที่ออกสู่สาธารณะของเขาตั้งแต่ปีค.ศ.1935 เป็นต้นมาด้วยสาเหตุจากโรคหัวใจอันเป็นปัญหาสุขภาพที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้หลุยส์ อาร์มสตรอง หันมาร้องเพลงมากขึ้นแทนที่การเป่าทรัมเป็ตในระยะหลังของชีวิต

เรียบเรียงข้อมูล เพิ่มเติมโดย manman

11 ส.ค. 2565

ย้อนอดีตชีวิต โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น ดารานักแสดงนักร้องชื่อดัง ตลอดกาล ขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตจากไปของเธอ

🥺ย้อนอดีตชีวิต โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น ดารานักแสดงนักร้องชื่อดัง ตลอดกาล ขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตจากไปของเธอ

🥺ก่อนอื่นผมต้องแสดงความเสียใจจากการจากไปเสียชีวิต ของดารานักร้องยอดนิยมตลอดกาล Olivia Newton-John .

👉🏾บอกเลยว่าผมชอบดูการแสดงของคุณ Olivia Newton-John ในสมัยวัยรุ่นๆ โดยเฉพาะที่จำได้ขึ้นใจก็ภาพยนตร์เรื่อง Grease ร่วมกับจอห์น ทราโวลตา ในปี ค.ศ. 1978 ซึ่งเป็นภาพยนตร์เพลงที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

มันเป็นอะไรที่ดูแล้วมีชีวิตชีวาและเป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นยุคเก่าก่อนครับผมยอมรับเลยว่าเธอเต้นได้เก่งมากนักแสดงคู่กับจอห์นทราโวลตา ได้สมบทบาทเยี่ยมสุดๆไปเลยครับ

👉🏾โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น (อังกฤษ: Olivia Newton-John, 26 กันยายน ค.ศ. 1948 – 8 สิงหาคม ค.ศ. 2022) เป็นนักร้องและนักแสดงชาวบริติช-ออสเตรเลียที่มีชื่อเสียงในระดับโลก

🥺โอลิเวียตรวจพบว่าตัวเองเป็นโรงมะเร็งทรวงอกในปี 1992 หลังจากนั้นก็ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ไหล่ในปี 2013 ก่อนที่จะมาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งรอบ 3 ที่กระดูกสันหลังในปี 2017

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายนี้มาเป็นเวลานานถึง 30 ปี โอลิเวียได้กลายเป็นกระบอกเสียงของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งยังเป็นผู้นำในการรณรงค์ให้ผู้คนมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งมากขึ้น

👉🏿จอห์น อีสเตอร์ลิง สามีของนิวตัน-จอห์น ได้ยืนยันข่าวการเสียชีวิตผ่านทางเฟซบุคของเธอ โดยระบุว่าอดีตนักร้องนักแสดงชื่อดังจากไปอย่างสงบที่บ้านพักในแถบเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางสมาชิกในครอบครัว และเพื่อนๆ

👉🏾ข้อมูลพื้นฐานเกิด26 กันยายน ค.ศ. 1948
เคมบริดจ์ สหราชอาณาจักรเสียชีวิต8 สิงหาคม ค.ศ. 2022 (73 ปี)
ซานตาอีเนซแวลลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาแนวเพลงป็อป, คันทรี, ดิสโกอาชีพนักร้อง, นักแสดงช่วงปีค.ศ. 1963 – 2022เว็บไซต์olivianewton-john.com

👉🏾โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น โด่งดังมีชื่อเสียงในระดับโลกขึ้นมาจากการร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Grease ร่วมกับจอห์น ทราโวลตา ในปี ค.ศ. 1978 ซึ่งเป็นภาพยนตร์เพลงที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

🎸ด้านผลงานการร้องเพลง ได้ออกซิงเกิลอัลบั้มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 ซึ่งเป็นอัลบั้มในแนวป็อป, ดิสโกและคันทรี มีเพลงที่โด่งดังอย่าง "I Honestly Love You", "Make A Move On Me", "Physical", "The Air That I Breathe", "Xanadu" และ "Long Live Love" เป็นต้น ยอดขายอัลบั้มของเธอถึงปัจจุบันมีมากกว่า 100 ล้านชุด ในจำนวนทั้งสิ้นกว่า 20 อัลบั้ม

👉🏿นอกจากนี้แล้ว เธอยังเป็นนักกิจกรรมทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและการให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านม เนื่องจากเคยป่วยเป็นโรคนี้มาก่อน ทำให้ต้องพักงานในวงการบันเทิงไปนานกว่า 10 ปี เธอมีธุรกิจชื่อ Koala Blue และร่วมก่อตั้ง Gaia Retreat and Spa นอกจากนี้เธอยังก่อตั้ง Olivia Newton-John Foundation เพื่อสนับสนุนการวิจัยด้านมะเร็ง

👉🏾โอลิเวีย นิวตัน-จอห์น ได้มาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2012 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ในชื่อ Summer Night With Olivia Newton-John Live In Bangkok

ผลงานเพลง
If Not for You (1971)
Olivia (1972)
Let Me Be There (1973)
Long Live Love (1974)
If You Love Me, Let Me Know (1974)
Have You Never Been Mellow (1975)
Clearly Love (1975)
Come on Over (1976)
Don't Stop Believin' (1976)
Making a Good Thing Better (1977)
Totally Hot (1978)
Physical (1981)
Soul Kiss (1985)
The Rumour (1988)
Warm and Tender (1989)
Gaia: One Woman's Journey (1994)
Back with a Heart (1998)
'Tis the Season (2000) (ร่วมกับ วินซ์ กิลล์)
(2) (2002)
Indigo: Women of Song (2004)
Stronger Than Before (2005)
Grace and Gratitude (2006)
Christmas Wish (2007)
A Celebration in Song (2008)
This Christmas (2012) (ร่วมกับ จอห์น ทราโวลตา)
Liv On (2016)
Friends for Christmas (2016) (ร่วมกับ จอห์น ฟาร์นแฮม)
เคยร่วมงานกับศิลปินระดับแนวหน้า Cliff Richard, John Travolta, Electric Light Orchestra, John Farrar, Helen Reddy, Bruce Welch

สุดท้ายก่อนจะจบคลิปก็ไม่รู้ว่าจะแสดงความรู้สึกอะไรออกมาอีก.. แต่รู้สึกเสียใจมากๆต่อการจากไปของ Olivia Newton-John ดาราที่มีคุณภาพอีกคนหนึ่งแต่เธอก็ได้ฝากผลงานการแสดงและเสียงเพลงเอาไว้เป็นมรดกให้คนรุ่นหลังๆได้ชื่นชม

และสุดท้ายผมก็มีคลิปการแสดงของเธอนำมาฝากให้เพื่อนๆได้ย้อนอดีตชมกันครับ

29 มิ.ย. 2565

ประวัตินักร้องสาวชาวเปรู Rossy War ผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นการแสดงออกและน้ำเสียงที่เป็นตัวของตัวเอง

ประวัตินักร้องสาวชาวเปรู Rossy War ผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่นการแสดงออกและน้ำเสียงที่เป็นตัวของตัวเอง 

Rossy War เริ่ม อาชีพนักดนตรีและนักร้อง เมื่อ2527-2540: การเริ่มต้นดนตรีครั้งแรก

Rossy War เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวเปรู ผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติด้วยการเพิ่มขึ้นของเทคโนคัมเบียในทศวรรษ 1990 .เข้าร่วมกลุ่มดนตรีชาวเปรู Los Bio Chips 

ซึ่งยอมรับเธอหลังจากการแข่งขันร้องเพลงที่มีผู้เข้าร่วม 35 คน ในปี 1984 พวกเขาเริ่มต้นในแนวเทคโนคัมเบีย

ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะเน้นไปที่ดนตรี ของชิชา ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในช่วงปลายยุค60โดยเป็นการแสดงออกถึงลูกหลานของผู้อพยพที่เดินทางมาถึงลิมาใน ช่วงทศวรรษ ที่50 

กลุ่มนี้มีฐานะเป็นกรรมการ Nilo Segura และ Alberto Mauri ซึ่งได้รับการต้อนรับในระดับปานกลางในที่สาธารณะทางภาคเหนือโดยเฉพาะ เมื่อ Rossy War เข้าสู่นักร้อวคอรัสด้วย เพลงเช่น "La Teleparranda", "Carmín", "Corazón de Piedra" ก็ได้ออกแสดงฉายรอบปฐมทัศน์ 

หลังจากหลายปี Rossy และ Alberto มีปัญหากับกลุ่มและแยกจากกัน 

แต่ในปี 1993 แต่Rossy ได้บันทึกการผลิตดนตรีครั้งแรกของเขาในประเทศชิลีร่วมกับกลุ่มเก่าที่ชื่อว่าComo la flor

ต่อมาในปี 1996 เขาบันทึกเสียงในโบลิเวียการผลิตครั้งที่สองผลิตงานเพลงของเขาที่ชื่อว่าCositas del Love , ซึ่งได้รับเสียงสะท้อนและนิยมในสองประเทศนั้น

ชีวประวัติ นักร้องสาว Rossy War

โรซา ออเรเลีย เกร์รา โมราเลส

ชื่ออื่น « La Ronquita de la Technocumbia »

« ลา อนา กาเบรียล เปรูอานา »

การเกิด 3 มกราคม 2512 

โรซาเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งลาโก เด บาเลนเซีย ในเขตลาสเปียดราส

จังหวัดตัมโบปาตา 

👉🏿 เธอเป็นลูกสาวของ Carlos Víctor Guerra และ Lili Moralesตั้งแต่อายุยังน้อยเธอเริ่มจู่เข้าสู่วงการทางดนตรีและนักร้อง

👉🏿 ซึ่งเธอได้ร้องเพลงร่วมกับ Los Fender's of Puerto Maldonado ซึ่งพวกเขาได้นำเสนอผลงานหลายครั้งในบ้านเกิดของเธอ 

👉🏿ตอนอายุสิบเจ็ด เธอย้ายไปลิมาเปรูได้เริ่มต้นผลงานของเธอที่นี่

1997-1999: ความอื้อฉาวทางดนตรีและความสำเร็จครั้งแรกของเขา

👉🏿แต่งงานกับ Alberto Mauriสามีของเธอจึงสร้างค่ายเพลง Fama Record และได้เปิดตัวที่Country Club del Bosque del Cusco ในปีเดียวกันนั้นเอง ออกอัลบั้มที่ 3 ชื่อComo un dulce ก็ได้ออกเพลง ซึ่งรวมถึงเพลงอย่าง "ขอพระเจ้ายกโทษให้", "ผู้หญิงเหงา", "ฉันไม่เคยคิดที่จะร้องไห้"

อัลบั้มที่สี่ของเขาThe Traces of Your Loveในปี 1999 ร่วมงานกับค่ายเพลงสองค่ายสุดท้ายของเขาชื่อMe deceivedและSecret of loveได้รับการปล่อยตัว ซึ่งส่งผลให้มีเพลงฮิตอย่าง "Carte de adiós" และเพลงคัฟเวอร์โดยAlejandra Guzmán ใน ชื่อ "Make love with another"

👉🏿2000 หยุดพักดนตรีและกลับมาในปี 2011และในปี 2016 ได้เปิดตัวเพลงโปรโมต "My heart will follow you" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มใหม่ของเขาซึ่งยังไม่มีชื่อ

ต่อมาวงได้ออกเพลงเช่น "Te acuerdas de me", "Como la flor", "Tonto", "Moreno" และ "Pero tú no eres"

เพิ่มเติม

🧔🏻ผมได้เรียบเรียงบทความนี้เพราะว่าชอบแนวเพลงและการแสดง น้ำเสียงการร้องของ Rossy War มีเอกลักษณ์โดดเด่นในตัวเอง ชอบเป็นความการส่วนตัว...พยายามเรียบเรียงข้อมูลเท่าที่จะทำได้ถ้าผิดพลาดประการใดหรือขาดตกบกพร่องผมขออภัยด้วยนะครับ..

👉🏿หวังว่าคงจะมีสาระและความรู้ใหม่ๆให้กับเพื่อนๆบ้างนะครับ โลกนี้ยังมีอะไรที่เราต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้แปลกๆใหม่ๆอีกเยอะ

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman fishmanman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip